เป็นมะเร็งหายได้ไหม

Last updated: 2020-06-05  |  1012 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เป็นมะเร็งหายได้ไหม

  เป็นมะเร็งหายได้ไหม หายหรือไม่หายขึ้นกับอะไรบ้าง  
การหายจากโรคมะเร็งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง การรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัด ร่วมกับฉายรังสี และเคมีบำบัด
มักมุ่งเน้นทำให้มะเร็งยุบลงจนหายไปได้ ความคาดหวังของหมอและผู้ป่วยและญาติ คือ มะเร็งหายไปและไม่กลับมาอีก
เลย เรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับคำว่า “หาย” ก่อนนะคะ


โดยทั่วการหายไปของมะเร็งหมายถึง การตรวจไม่พบมะเร็ง ไม่ว่าจะด้วยการตรวจร่างกาย หรือด้วยเอกซเรย์ หรือด้วยการตรวจเลือด เมื่อหายจากมะเร็งแล้ว เป็นไปได้ว่าอาจหายไปในวันที่ตรวจ แต่หลังจากนั้นมีการกลับมาใหม่ เมื่อมะเร็งกลับมาใหม่ ภาษาหมอเรียกว่า Relapse หรือ Recurrence ถ้าไม่เคยกลับมาอีกเลยแม้ว่าจะหยุดการรักษาไปนานแล้ว 5 ปี 10 ปี ก็เรียกว่า “หายขาด” จากมะเร็ง หรือ Cure

"มะเร็งที่รักษาหาย ขาดแล้ว ติดตามไประยะหนึ่ง แล้วกลับมาเป็นที่อวัยวะอื่น แต่จะเรียกว่าเป็นซํ้าหรือไม่นั้นก็ต้องดูให้ลึกลงไปอีก เช่น เป็นมะเร็งเซลล์เอ ที่อวัยวะหนึ่ง รักษาหายแล้วเกิดมะเร็งเซลล์เอที่อวัยวะอื่น แบบนี้เรียกว่าเป็นมะเร็งซํ้า แต่ถ้าเป็นมะเร็งเซลล์เอที่อวัยวะหนึ่งรักษาหายแล้ว เป็นมะเร็งเซลล์บีที่อวัยวะอื่น แบบนี้ก็เรียกว่ามะเร็งเกิดใหม่"

ดังนั้นถ้าตรวจไม่พบมะเร็ง อาจเรียกว่าหายจากมะเร็งได้ เราไม่มีทางรู้ว่า เป็นการหายชั่วคราว หรือหายขาด ภาษาหมอจึงรวมเรียกว่า Complete Remission หรืออาจเรียกว่า “โรคสงบ” ลงแล้ว เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่า หายขาดแล้ว ถ้าโรคสงบลงได้ด้วยการผ่าตัด และหรือรังสี และหรือเคมีบำบัด แพทย์ก็จะหยุดการรักษา และติดตามเฝ้าดูโดยการตรวจด้วยเอกซเรย์และหรือตรวจเลือด แล้วลุ้นว่าจะไม่มีก้อนหรือเซลล์มะเร็งกลับมาอีก หากหยุดยายิ่งนานแล้วตรวจไม่พบมะเร็ง ก็จะมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ว่า คงจะ “หายขาด” โดยทั่วไป หากหยุดยาไปตั้ง 5 ปีก็ตรวจไม่พบมะเร็งเสียที ก็มักจะมั่นใจพอที่จะประกาศได้ว่า หายขาดจากมะเร็งแล้ว วงการแพทย์จึงมักใช้สถิติ “ระยะปลอดโรค 5 ปี” หรือ “5-year disease-free
survival” ไว้เปรียบเทียบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งชนิดต่าง ๆ

“การกลับมาเป็นซํ้ามีความเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ด้วย แต่ไม่มาก เพราะกรรมพันธุ์ก็เป็นสาเหตุของมะเร็งที่เกิดครั้งแรกไม่มาก มีไม่ถึง 10% บางโรคเท่านั้นที่เสี่ยงเป็นซํ้า อย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่หลายลักษณะแพทย์จะไม่ตัดเฉพาะเนื้อร้ายออกไปเท่านั้น แต่จะตัดออกไปทั้งหมดเลยเพราะรู้ว่าถ้าปล่อยติ่งเนื้อเหล่านี้เอาไว้มีโอกาสที่มะเร็งจะกลับมา”

ถ้ามะเร็งไม่หาย มันก็อาจจะโตขึ้นตามเวลา และหรือกระจายไปอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป ภาษาหมอเรียกว่า “Metastasis” ซึ่งมักไม่ทำให้ผู้ป่วยตายทันที ยังมีเวลาใช้ชีวิตอยู่บ้าง แต่เวลาที่เหลืออยู่นั้นไม่แน่นอน คาดเดาได้ยาก จนเมื่อมะเร็งกระจายไปอวัยวะสำคัญ คือ สมอง ตับ หรือปอด ก็มีโอกาสสูงที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน

การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งนั้นนอกจากต้องอาศัยอาหารแล้ว ยังต้องมีสารเคมีที่จำเพาะเจาะจง ที่ส่งสัญญาณให้เซลล์มะเร็งสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้โดยไม่ตายเหมือนเซลล์ปกติ สารเคมีนี้อาจเรียกว่า โมเลกุลสัญญาณ (Signal molecule) โดยโมเลกุลสัญญาณที่จำเพาะต่อมะเร็งแต่ละชนิดนั้นถูกสร้างมาจากสารพันธุกรรมมะเร็ง (Oncogene) ในเซลล์ปกติของเรานั่นเอง เพียงแต่ในภาวะปกติ สารพันธุกรรมมะเร็งนี้จะไม่ทำงานเพราะร่างกายจะมีกลไกบางอย่างกดการทำงานของมันอยู่ แต่เมื่อใดที่ร่างกายเกิดความผิดปกติ ทำให้กลไกนี้สูญเสียไป ส่งผลให้สารพันธุกรรมมะเร็งสามารถทำงานได้ เซลล์ปกติของร่างกายก็จะมีการผลิตโมเลกุลสัญญาณมะเร็งออกมา และเซลล์มะเร็งจะถูกกระตุ้นให้เจริญเติบโต ไม่ตาย กลายเป็นก้อนมะเร็งตามลำดับ


ในส่วนที่มีข้อมูลทางการแพทย์ สำหรับการรักษาที่เรียกว่าการแพทย์ทางเลือก (ทางรอด) หรือการรักษาโดยใช้สาอาหารบำบัดยาบางอย่าง และยาสมุนไพร ผู้ป่วยมะเร็ง เริ่มมีความหวังในการรักษามากขึ้น หลังนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไขความลับจากสารสกัดในเมล็ดงาได้ว่า ในสารเซซามินจากงาดำ สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ โดยการตัดท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งทำให้เซลล์มะเร็งเข้าสู่โปรแกรมเซลล์เดท (Cell Death) นับเป็นผลงานวิจัยครั้งแรกของโลกและสามารถช่วยฟื้นฟูเซลล์สมองที่ถูกทำลาย ช่วยฟื้นฟูระบบประสาทและสมองได้ด้ว
 เซซามิน สารสกัดจากงาดำ ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่ให้ลุกลามมากขึ้นได้ มีองค์ประกอบที่คณะนักวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งด้วยประสิทธิภาพสูงพอๆ กับฤทธิ์ของยาเคมีบำบัด และยังระงับการสร้างไขมันใหม่ของเซลล์มะเร็งจึงทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถสร้างเยื่อบุผนังเซลล์ใหม่ ในที่สุดเซลล์มะเร็งจะกลายเป็นเซลล์ปกติ ทั้งกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เพิ่มมากขึ้น (ภูมิคุ้มกันบำบัด) ที่ไปเพิ่มประสิทธิภาพของ “เซลล์ T พิฆาต” ซึ่งมีหน้าที่กำจัดเซลล์มะเร็งด้วยอานุภาพสูงในทุกๆ ส่วนของร่างกาย และเมื่อใช้ในระหว่างการทำเคมีบำบัดจะลดโอกาสการติดเชื้อของผู้ป่วย ลดผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ยังเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาว ซึ่งจะลดลงในระหว่างการทำเคมีบำบัด และยังร่วมกับยาเคมีบำบัดในการกำจัดเซลล์มะเร็งได้ด้วย โดยปกติแล้วเซลล์มะเร็งนั้น เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย และเม็ดเลือดขาวจะเข้าไปทำลายสิ่งแปลกปลอม ปรากฏว่า เซลล์มะเร็งนั้นฝ่อลง และหลุดออกจากกัน เนื่องจากสารเซซามิน ได้เข้าไปทำลายโมเลกุล PD-L1 หรือเกาะป้องกันของเซลล์มะเร็งให้ลดลงอีกด้วย

โดย ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ กล่าวต่อไปอีกว่า จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนมาทุนวิจัยจากเซเรบอส อวอร์ด สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โครงการวิจัยนวัตกรรมทางเคมี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทยศาสตร์ก็ได้เริ่มศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2553 กระทั่งมาประสบความสำเร็จในปีนี้ โดยได้ค้นพบว่าในเมล็ดงาดำ มีสารเซซามิน อยู่ภายในซึ่งสารตัวนี้สามารถที่จะช่วยในการยับยั้งการพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์สลายกระดูก ที่ให้เกิดโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกพรุน ได้โดยจะเข้าไปทำให้แคลเซียมประสานกับกระดูกเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของโรคสมอง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดอุดตันในสมองเส้นเลือดแตก ที่ทำให้เป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยสารเซซามินจะเข้าไปช่วยปกป้องเซลล์ประสาทที่ยังดีอยู่ และช่วยฟื้นฟูเซลล์ประสาทที่เสื่อมสภาพสุดท้ายก็เป็นโรคมะเร็ง ที่ถือเป็นโรคที่เกิดมากเป็นอันดับ 1 ในขณะนี้ซึ่งเซลล์มะเร็งนั้นจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีเส้นเลือดใหม่ที่เกิดขึ้นมาแล้วไปสร้างการหล่อเลี้ยงให้กับเซลล์มะเร็งนั้นๆ จากนั้นก็จะแพร่กระจายไปเรื่อยซึ่งสารเซซามิน ก็จะเข้าไปปกป้องเซลล์พร้อมกับตัดวงจรหรือลดเส้นเลือดใหม่ที่เป็นน้ำเลี้ยงให้กับเซลล์มะเร็งพร้อมกับค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพเซลล์ให้กลับคืนมา
 
โดยผลการวิจัยในห้องทดลองที่ได้ร่วมกับนักศึกษาปริญญาโท ได้ทดสอบกับไข่ไก่ที่ปกติจากนั้นได้ทำการฉีดเซลล์หรือสารพิษเข้าไป ก็พบว่าไข่ไก่จะเกิดอาการเป็นพิษหรือคล้ายกับการเป็นมะเร็ง จากนั้นก็ทำการฉีดสารเซซามิน เข้าไปก็พบว่าการฟื้นฟูของเซลล์เริ่มกลับคืนมาและได้ทดสอบด้วยการฉีดสารเซซามินเข้าไปในไข่ไก่ปกติ แล้วเมื่อเวลาผ่านไป 6ชั่วโมงถึงฉีดสารพิษ หรือเซลล์มะเร็งเข้าไป ก็พบว่ามีการปกป้องเซลล์ได้มากกว่าไข่ไก่ที่ไม่ถูกฉีดสารเซซามินอย่างเห็นได้ชัด

ต่อมาก็ได้นำเมล็ดงาดำไปทำการผลิตเป็นแบบแคปซูล คล้ายกับรูปแบบอาหารเสริมต่อมาก็ได้ผู้สนใจนำไปทดลองกินดู โดยเป็นผู้ป่วยทั้งโรคสมอง และโรคมะเร็งซึ่งผู้ป่วยโรคสมองบางรายนั้น การรักษาได้ไปถึงที่สุดจากทางแพทย์แล้วและทางแพทย์ได้ให้กับไปพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งก็ได้นำสารสกัดจากเมล็ดงาดำกลับไปทานควบคู่กับยา ก็พบว่าหลังจากผ่านไป 6 เดือน เริ่มกลับมาคุยได้จากการที่กลายเป็นคนอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเจ้าชายนิทรานอนลืมตาแต่ขยับตัวและพูดไม่ได้ ก็กลับมาพูดได้ โดยผู้ป่วยที่เคยนำไปทานมีอายุต่ำกว่า 10 กว่าปี ประสบอุบัติเหตุนอนโรงพยาบาล ลืมตาได้อย่างเดียวขณะนี้เด็กคนดังกล่าวสามารถที่จะไปโรงเรียน และความจำกลับมาเป็นปกติอีกรายเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ ต้องผ่าตัดแต่หลังจากที่ได้นำสารสกัดไปทานร่วมกับยา ก็พบว่าเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เป็นก้อนขนาดใหญ่ที่คอก็ค่อยๆ ยุบหายไป โดยไม่ต้องผ่าตัด รายที่สามเป็นหญิงที่เป็นมะเร็งและทำการรักษาด้วยการคีโมมาแล้ว ทำให้ผมร่วงหมดก็ได้ทดลองทานควบคู่กับยาที่ทานปกติ ขณะนี้ก็กลับมาเป็นปกติ และผมขึ้นปกติหมดแล้วและยังมีอีกหลายรายที่ได้ทำการทดสอบและก็ดีขึ้นจึงถือว่างานวิจัยชิ้นนี้ประสบความสำเร็จสามารถนำมาใช้เป็นอาหารเสริมได้โดยไม่มีผลข้างเคียง และยังดีต่อสุขภาพและถือเป็นการค้นพบครั้งแรกของโลกด้วยที่พบว่ามีสารยับยั้งมะเร็งได้ซึ่งขณะนี้ก็ได้ทำการจดสิทธิบัตรไปแล้วทั้งหมด 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซียและอเมริกา และมีการตีพิมพ์วารสารในอเมริกาถึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งสารสกัดจากงาดำไม่ใช่ตัวยาที่ทานเข้าไปแล้วจะรักษาได้หายทันทีเหมือนกับยารักษาโรคแต่ก็เป็นอาหารเสริมที่เข้าไปฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาเหมือนกับปกติได้อีกทั้งงาดำ ก็ยังถือเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย เป็นผลผลิตของไทยและเชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับงาดำของไทยได้ในอนาคตอีกด้วย

Powered by MakeWebEasy.com