ไม่มีใครอยากป่วยเป็น “อัมพฤกษ์-อัมพาต”

รู้ไว้ก่อนจะสายเกินแก้ ป่วยแล้วจะแก้ไม่ทัน

โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต เป็นโรคที่ทำให้ผู้เกิดความพิการแขนขาอ่อนแรง ช่วยเหลือตนเองได้น้อยลงหรือไม่ได้เลย หากรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต จึงเป็นอาการป่วยที่หลายคนกลัว แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยดูแลตัวเองให้ดีเพื่อลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคลงได้  หลายคนคงเคยเห็นความน่ากลัวของการเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตมาบ้างแล้ว ทั้งเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ อาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำเองก็ไม่ได้ ทำได้แค่นอนอยู่บนเตียง และยังเป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริงของโรคเหล่านี้คือ Stroke ถึงตรงนี้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่า Stroke คือ อะไร? เส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากอะไร? หากเป็นแล้วรักษาให้หายได้หรือไม่? บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยของคุณเองค่ะ

อาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวคุณรึป่าว?  ได้แก่ หน้าเบี้ยว แขนขาชาหรืออ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง การมองเห็นผิดปกติ เวียนศีรษะ เดินเซ ซึมลง หรือปวดศีรษะรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นอาการนำของการเกิดภาวะโรคหลอดเลือดผิดปกติในสมองที่พบเจอบ่อย ปล่อยไว่นานรักษาไม่ทันเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีก(อัมพาตครึ่งซีก) ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องเดินเซใช้ไม้เท้า เส้นตึง มือเกร็ง(ข้อติดแข็ง) ต้องนอนติดเตียง ดูแลมานาน แล้วยังไม่ดีขึ้น ได้เวลาเปลี่ยนวิธีการดูแลแล้วค่ะ

อัมพฤกษ์-อัมพาต คือ โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทที่เกิดขึ้นทันทีทันใดจากเนื้อสมองขาดเลือด หรือเลือดไปเลี้ยงได้น้อยลงจากหลอดเลือดแดงที่ ตีบ, อุดตัน หรือ แตก ส่งผลให้เนื้อสมองถูกทำลาย ทุกๆ 1 นาที เซลส์สมองจะตายไป 2 ล้านเซลส์ ส่งผลต่อชีวิตผู้ป่วยที่สั้นลง 2 วัน การเข้ารับการรักษาที่เร็วที่สุด ย่อมมีโอกาสในการหายเป็นปกติและเกิดภาวะแทรกซ้อน 

โดยมีอาการแสดงอยู่นานกว่า 24 ชั่วโมง ส่วนในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว (transient ischemic attack: TIA) จะมีอาการของโรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดขึ้นจะมีอาการมากหรือน้อยแตกต่างกันไปขึ้นกับตำแหน่งและบริเวณของสมองที่ขาดเลือดไปเลี้ยง

โรคหลอดเลือดสมองมีกี่ประเภท
- หลอดเลือดสมองตีบ,อุดตัน คือ หลอดเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองมีการตีบหรือมีการอุดตัน จะส่งผลทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เป็นผลให้สมองส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น สูงอายุ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง มีภาวะโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่วนสาเหตุของหลอดเลือดสมองตีบจะเกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดลดลง

- หลอดเลือดสมองแตก คือ อาการที่หลอดเลือดแดงในสมองฉีกขาด ทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น ภาวะความดันโลหิตสูง,หลอดเลือดสมองโป่งพอง, หลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด เป็นต้น

- สมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient Ischemic Attack : TIA) คือ ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แต่สามารถกลับมาไหลเช่นเดิมในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เนื้อสมองยังไม่ตาย ผู้ที่เป็นจะกลับมามีอาการปกติ ภายในเวลา 24 ชั่วโมง แต่ผู้ที่มีภาวะเช่นนี้ หากไม่ได้รับการรักษา จะนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองภายใน 7 วัน

เส้นเลือดตีบ แตก ตัน ส่วนใหญ่ 95% มักเกิดจากการอักเสบ การเสื่อมของหลอดเลือด ซึ่งใช้เวลานานนับ 10 ปี ความเสื่อมจะมากหรือน้อยนั้นต่างกันตามสาเหตุ เช่น อายุที่มากขึ้น กรรมพันธุ์ ความดันโลหิต สูงเบาหวาน ไขมันในเลือดผิดปกติ การสูบบุหรี่ ความอ้วน การไม่ออกกำลังกาย ถ้าหลอดเลือดในหัวใจเริ่มตีบแคบเกิน 50% จะเริ่มมีอาการเหนื่อยเมื่อออกแรงมากขึ้น พอพักก็หาย และถ้าตีบเกิน 75% อาจมีอาการแม้อยู่เฉยๆ

ปัจจัยเสี่ยงของอัมพฤกษ์-อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น (มักพบในคนวัย 45 ปีขึ้นไป) พันธุกรรม เพศ (มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง) เชื้อชาติ เป็นต้น
ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคอ้วน นอนกรน เป็นต้น

การป้องกันอัมพฤกษ์-อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)

 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 รักษาน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

 ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

 งดดื่มสุรา, งดและเลิกสูบบุหรี่

 บริโภคอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม

 ตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ

 หากเป็นผู้ป่วยโรคที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหลอดสมอง เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคลิ้นหัวใจ

        โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคอ้วน เป็นต้น ต้องรับประทานยาและพบหมอตามนัด

เรียนรู้สัญญาณเตือนของการเกิดอัมพฤกษ์-อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)   ***หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด



ขอบคุณข้อมูลจาก รายการ Rama Square  “โรคหลอดเลือดสมอง” เพื่อป้องกัน อัมพฤกษ์-อัมพาต 

 

โรคหลอดเลือดสมองหากเป็นแล้วจะรักษาได้อย่างไร จะหายไหม???

อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ แตก ฟื้นตัวได้
คุณเองกำลังเจอกับปัญหาที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น อยู่ใช่ไหม กับอาการ อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ หรือแตก ซึ่งหลายๆ คนต้องเจอตอนที่ยังไม่ทันตั้งตัว จนตอนนี้ อ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว เดินไม่ได้ นอนติดเตียง หรือว่าเดินใช้ไม้ค้ำ หรือสามขา และรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเป็นภาระให้กับคนอื่น คนในครอบครัว หรือคนที่คุณรัก

การรักษา ทุกคนก็ทราบดีว่าเวลาเกิดความเสียหายขึ้นในสมองแล้ว โอกาสที่เราจะกลับมาเหมือนเดิมเรียกว่าค่อนข้างยาก เพราะว่าขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ขนาดของเลือดที่ออก หรือขนาดของตำแหน่งของสมองที่เสียหาย ขนาดของสมองที่ขาดเลือด ตำแหน่งที่มีการเสียหายของสมอง อันนี้จะเป็นตัวแปรที่จะทำให้เราบอกได้ว่าคุณจะกลับมาได้แค่ไหน ซึ่งไม่มีใครกล้าการันตี

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ ระยะเวลามีการเสียหายของระบบประสาทหรือสมองเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นในวินาทีนั้นเลย ที่มีการฉีกขาดหรือมีการขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง เพราะฉะนั้น โอกาสที่คนไข้จะกลับมาเหมือนเดิมเลย ก็ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยอย่าง

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษา และวิธีการรักษา ต้องรักษาฟื้นในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัวของคนไข้เอง เบาหวาน ความดัน โรคไต โรคหัวใจ

ถัดมาก็คือปัญหาที่ตัวสมองเอง เราจะสามารถควบคุมการอักเสบของสมองไม่ว่าจะเป็นจากการที่สมองขาดเลือด หรือมีเลือดออกในสมองได้อย่างไร หลังจากนั้นแล้ว ถ้าคนไข้รอดชีวิตมาแล้ว การฟื้นฟูเซลล์ประสาทในสมองและเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้กลับมาหรือพอที่จะขยับแขนขา หรือลดการกดทับของร่างกาย

ท่านเคยคิดไหมว่า คนที่ดูแลเรา เขาจะดูแลเรานั้นได้ไปสักเท่าไร

ก่อนที่เขาจะจากเราไป อย่างน้อยเราก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด

และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเราเอง

อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ แตก ฟื้นตัวได้ รู้เร็วรักษาได้หายเป็นปกติ

จะดีกว่าไหมคะ ถ้าเราเองมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิติได้ปกติ
ไม่ต้องเสี่ยงกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต
ดูแลทันเวลา โอกาสหายฟื้นตัวเพิ่มเร็วขึ้น


ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอนติดเตียง ดูแลมานาน แล้วยังไม่ดีขึ้น

ได้เวลาเปลี่ยนวิธีการดูแล
ติดเตียง!! เฉียดตาย!! กลับมาเดินได้อีกครั้ง

 ฟื้นฟูดูแลที่ต้นเหตุโดยผู้เชี่ยวชาญ
ลองมาเยอะไม่ดีขึ้นสักที
ไม่อยากต้องทนกับอาการ อัมพฤกษ์ อัมพาต
ไปตลอดชีวิตคุณ !!!
เริ่มมาแก้ไขให้ตรงจุด กับโภชนบำบัด

ถ้าดูแลมานาน แล้วยังไม่ดีขึ้น !!
อย่าพึ่งหมดหวัง ลองเปิดใจทางเลือกใหม่

พิสูจน์แล้วจากประสบการณ์ผู้ใช้จริงนวัตกรรมเซซามิน(Sesamin) สารสกัดจากงาดำ

โดย ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ (King of Sesamin)
ผอ.หน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านเนื้อเยื่อ และเซลล์ต้นกำเนิดในระดับชีวโมเลกุล
จากทีมวิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ฟื้นฟู ดูแล เซลล์ประสาทและเนื้อเยื่อในสมองที่ถูกทำลายกลับมาดีขึ้น


ได้เวลากลับมาเดินได้อีกครั้ง
โอกาสที่จะมีชีวิตใหม่
 

Stroke หลอดเลือดในสมองอุดตัน มักเกิดจากการสะสมไขมันในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดแข็ง ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบตีบลง ซึ่งเป็นผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เลือดไหลได้ช้าลงเลืือดมีความหนืด ทำให้เลือดมีแนวโน้มเกิดการจับกลุ่มเป็นก้อนเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของเส้นเลือดอุดตันในสมองและเส้นเลือดแตกในสมอง เรียกว่า พื้นที่สีขาว คือ ไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง สมองบริเวณดังกล่าวขาดออกซิเจนจึงไม่ทำงานได้หรือทำงานปกติได้

       ถ้ามีการแตกของเส้นเลือดก็จะทำให้เกิดเลือดคั่งในสมอง เรียกว่า พื้นที่สีแดง ก็ทำให้เกิดความผิดปกติที่สมองได้เช่นกัน โรคหลอดเลือดอุดตันและหลอดเลือดแตกในสมอง ทำให้เกิดภาวะต่างๆทีมีผลต่อสุขภาพชีวิตมาก เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต 

จากงานวิจัย พบว่า สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ ทำให้เส้นเลือดขยายตัว แข็งแรง โดยทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระทำให้เลือดสามารถนำออกซิเจนและอาหารไปยังสมองได้ดียิ่งขึ้น ในงามีวิตามินอี เป็นจำนวนมาก และ 

สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ ก็มีคุณสมบัติเป็นตัวเสริมส่งให้วิตามินอี มีการทำงานได้ดีขึ้นและนานมากขึ้น และจากการศึกษาที่ประเทศมาเลเซีย และอเมริกา พบว่า อาหารธรรมชาติที่มีวิตามินอีจำนวนมาก สามารถป้องกันการเกิด พื้นที่สีขาว ของเนื้อเยื่อในสมองได้

สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ ช่วยลดการแสดงออกของโมเลกุลความเหนียวของเซลล์หลอดเลือดแดงของมนุษย์ที่ถูกกระตุ้นด้วยสารสื่ออักเสบได้
สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดจากงาดำ ทั้งเมล็ดและที่มีเซซามินและอนุพันธ์ของเซซามิน มีคุณสมบัติต้านการแข็งตัวของเลือดได้ สามารถป้องกันการแข็งตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือดได้

 สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ กับหนูทดลอง 
บทคัดย่อผลงานวิจัยล่าสุด ได้รายงานว่า เมื่อให้หนูทดลองที่มีความดันโลหิตสูงทางกรรมพันธุ์กินเซซามิน
เป็นระยะเวลานาน มีผลทำให้ห้องหัวใจด้านซ้ายดีขึ้นกว่าหนูในกลุ่มควบคุม โดยแสดงผลการทดลองโดยผลการย้อมเซลล์ และไมโตครอนเดรีย เป็นงานวิจัยที่สุดยอดอีกชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นประโยชน์ที่แท้จริงของสารสกัดเซซามิน


จากงานวิจัย พบว่า สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ
สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ ช่วยป้องกันการบาดเจ็บของสมองที่เกิดจากสาร KAซึ่งทำหน้าที่ให้มีอาการของโรคลมชัก
สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ และควาเซอตินช่วยป้องกันเซลล์ประสาทชนิด PC12 จากภาวะออกซิเดทีฟ เสตรส และการตายของเซลล์ จากการกระตุ้นด้วยภาวะระดับน้ำตาลเกิน
สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ มีผลทำให้มีการสังเคราะห์สารโดปามินในเซลล์ประสาทชนิด PC12 ที่ถูกกระตุ้นดวย L-DOPA โดปามินเป็นสารสื่อประสาท ซึ่งเป็นสารที่ปล่อยออกมาจากเซลล์ตัวหนึ่ง แล้วส่งต่อไปยังเซลล์ เป็นการส่งสัญญาณในระบบประสาท สารโดปามินทำหน้าที่หลายอย่างในสมอง มีส่วนสำคัญต่อการแสดงพฤติกรรมและความคิดต่างๆ รวมทั้งการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวภายใต้อำนาจจิตใจ รวมทั้งอารมณ์และความพึงพอใจเรื่องเพศ การหลับ และความจำในการทำงานและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ช่วยในการทำงานของสมองดีขึ้น
งานวิจัยที่สำคัญคือ งานวิจัยซึ่งประเทศญี่ปุ่น ใช้สารเซซามิน (Sesamin) สารสกัดงาดำ เพื่อการกระตุ้นเซลล์ประสาท และเครือข่ายของระบบประสาท สิทธิบัตรของญี่ปุ่น จดแจ้งว่า เซซามินสามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ประสาท เป็นการช่วยให้เซลล์ประสาทฟื้นกลับคืน รวมทั้งเครื่อข่ายของระบบประสาทช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ประสาท

 

อย่าปล่อยไว้นาน อัมพฤกษ์ อัมพาต ป่วยคนเดียวทุกทั้งบ้าน
ปลอดภัยหายได้ ถ้ารักษาเร็ว
 
Powered by MakeWebEasy.com